vanila tea,green tea latte and the woman who like a playboy man.
posted on 29 Oct 2010 17:37 by blastnest
วันนี้อากาศดี มีแดดอ่อนๆ และลมหนาวที่เริ่มพัดมาแผ่วเบา
ฉันออกไปยืนสูบบุหรี่ที่หน้าร้าน พิศมองดอกกุหลาบหนูสีชมพูที่บานสะพรั่งอยู่เต็มกระถาง
ดอกมะลิส่งกลิ่นหอม หลายดอกเริ่มผลิบาน ทั้งที่เมื่อวานยังเป็นแค่ดอกตูม
แต่ดอกมะลินั้นช่างแสนบอบบางเพียงแค่ลมพัดมาเบาๆ ดอกหนึ่งก็ปลิดร่วงลงสู่โคนต้น
ฉันหยิบดอกที่ร่วงโรยนั้นขึ้นมาสูดกลิ่นหอม นั่งสังเกตกลีบดอกที่อยู่ในมือ ก่อนอีกดอกหนึ่งจะร่วงหล่นตามมา
ขณะที่กำลังนั่งพิศมองดอกมะลิ หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม
“ร้านเปิดหรือยังคะ”
“เปิดแล้วค่ะ เชิญได้เลย” ฉันกล่าวตอบ ในขณะที่มือข้างหนึ่งยังถือบุหรี่ มืออีกข้างถือดอกมะลิ
มองตามหญิงสาวที่เปิดประตูเข้าไปในร้าน เห็นเธอเดินเลือกหนังสือที่วางอยู่บนชั้นวางหนังสือ
ฉันดับบุหรี่ทิ้ง แล้วเดินตามเข้าไปในร้าน เก็บดอกมะลิสองดอกนั้นใส่แก้วใสใบเล็ก ใส่น้ำครึ่งแก้ว
แล้วปล่อยให้ดอกมะลิลอยน้ำ นำไปตั้งไว้ที่โต๊ะตัวในสุด
ฉันกลับไปนั่งที่หลังเคาร์เตอร์บาร์มุมเดิม หลังคอมพิวเตอร์โน้ตบุคที่หน้าจอเปิดเฟซบุคค้างเอาไว้
สักพักเธอเดินมาที่เคาร์เตอร์ หยิบหนังสือมาหนึ่งเล่ม และจ่ายเงินค่าหนังสือ
ฉันบอกราคาหนังสือกับเธอ และเดินไปจดชื่อหนังสือลงสมุดบันทึกการขายประจำวัน
“"What I talk about when I talk about running-Haruki Murakami 190บาท”
ฉันนึกในใจ มีคนอ่านหนังสือเล่มนี้เพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว นอกจากตัวฉัน
ฉันหยิบเงินทอนส่งให้เธอ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาว่า
“ขอนั่งที่นี่สักพักได้มั้ยคะ”
ฉันตอบเธอ
“ตามสบายเลยค่ะ”
“มีชาอะไรหอมๆแนะนำบ้างคะ อยากดิ่มชาหอมๆ” เธอถามอีกครั้ง
ฉันเสนอชาวนิลาให้เธอ และเธอตอบตกลง
ฉันชงชาวนิลาใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง แล้วนำไปเสิร์ฟให้เธอที่โต๊ะ ก่อนจะกลับมานั่งที่มุมเดิมของตัวเอง
ชาวนิลาส่งกลิ่นหอมไปทั่วร้าน หอมเหมือนกลิ่นขนมเค้กรสวนิลา ไอติมรสวนิลา ไม่ผิดเพี้ยนไปจากกัน
เธอเลือกนั่งที่โต๊ะนอกสุดของร้าน โต๊ะสีขาวกับเก้าอี้สีขาวเข้าชุดกันที่ตั้งอยู่ติดกับกระจกหน้าร้าน
มองออกไปจะเห็นถนนเส้นเล็กๆ มีรถราวิ่งผ่านไปมา ดูจอแจวุ่นวาย
แต่ดอกไม้ที่ตั้งอยู่นอกร้านนั้นคงพอช่วยให้ผ่อนคลายลงได้บ้าง
ขณะที่ฉันกำลังก้มหน้า พิมพ์ข้อความอยู่กับคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เธอเดินเข้ามาขอยืมไฟแช็ค
แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
“สูบบุหรี่เป็นเพื่อนกันมั้ยคะ”
ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งสูบไปก่อนหน้านี้ ฉันคงตอบตกลงตามคำชวนของเธอ
ฉันตอบปฏิเสธเธอไป แล้วมองเธอเดินออกไปยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าร้าน
ลอบสังเกตลักษณะของเธอ ดูเธอจะเป็นผู้หญิงเปรี้ยวๆ เก๋ๆ ที่ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองพอสมควร
สังเกตได้จากอายไลเนอร์ที่กรีดลงบนเปลือกตา เครื่องสำอางที่เคลือบอยู่บนใบหน้าของเธอ
และการแต่งตัวที่สะท้อนบุคลิกของผู้หญิงที่ทำงานออฟฟิศได้เป็นอย่างดี
เธอใช้เวลาสูบบุหรี่ไม่นานนัก ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเดิม
ได้ยินเสียงเธอคุยโทรศัพท์กับใครหลายคน น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกหลากหลาย
ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบฟังเรื่องของคนอื่น แต่เธอไม่ได้พูดเบาสักเท่าไหร่นัก
ร้านเล็กๆ ที่มีคนอยู่แค่สองคน เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ทำให้ได้ยินการสนทนาอย่างชัดเจน
มีครั้งนึงเธอคงคุยกับเพื่อนของเธอ บอกเล่าเรื่องที่ต้องไปประชุมตอนบ่ายโมง
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา จึงมานั่งอ่านหนังสือ ดื่มชาอยู่ที่ร้านหนังสือในขณะนี้
ได้ยินเธอพูดถึงผู้ชายที่ทำงานด้วยกัน เธอว่าเธอชอบเขา ชอบที่เขาเป็นคนเจ้าชู้
และว่าเขาคงคุยกับผู้หญิงหลายคน แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะเป็นแฟนกับเขา
แค่รู้สึกดี เวลาที่เขาหยอกล้อกับเธอ
ฉันนึกในใจ ทำไมนะ คนเจ้าชู้ถึงได้มีแต่คนชอบ ไม่มีข้อยกเว้นแม้กระทั่งตัวฉันเอง
ทั้งๆที่รู้อยู่ว่า ถ้าหากชอบคนเจ้าชู้ ก็มักจะต้องเสียใจในภายหลัง
หลายๆคนบอกว่า รับได้ และจะไม่แยแสกับความเจ้าชู้ของคนคนนั้น
แต่สุดท้ายจะมีสักกี่คนกัน ที่จะไม่มานั่งเจ็บปวดหรือเสียใจจากการกระทำของคนเจ้าชู้
เสียงข้อความจากมือถือของเธอดังขึ้น หยุดความคิดของฉันเอาไว้แต่เพียงเท่านั้น
เธอเดินมาจ่ายค่าชาวนิลา และบอกกับฉันว่า ต้องไปประชุมแล้ว แต่อาจจะกลับมาอีกหลังเลิกประชุม
เธอเดินไปเก็บของที่โต๊ะและเปิดประตูออกจากร้านไป ทิ้งฉันเอาไว้กับกลิ่นหอมของชาวนิลา
และความคิดวกวนที่เกิดขึ้น หลังบทสนทนาของเธอกับเพื่อนทางโทรศัพท์
วูบหนึ่ง ฉันคิดว่า หลังเลิกประชุม เธอจะกลับมาอีกไหมนะ
หลังจากนั้น ฉันหยิบหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านต่อ เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดอะไรให้วุ่นวาย
แต่ขณะที่อ่านหนังสือไปได้ไม่ถึงครึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ข้างนอกร้าน
เป็นเสียงสนทนาระหว่างคนขับรถสามล้อกับหญิงสาวคนนั้นนั่นเอง
แล้วเธอก็เปิดประตูเข้ามาในร้าน พร้อมด้วยเป้ใบใหญ่ กระเป๋าคอมพิวเตอร์โน้ตบุคอีกหนึ่งใบ
“ขอกรีนทีลาเต้ปั่นหนึ่งแก้วค่ะ”
เธอสั่งเครื่องดื่มแก้วที่สอง ขณะที่กำลังย้ายสัมภาระมานั่งที่โต๊ะตัวที่ตั้งอยู่กลางร้าน
ฉันจึงถามไปว่าทำไมเลิกประชุมเร็วจัง เธอบอกว่า ทางออฟฟิศเรียกเข้าไปเอาของแค่นั้นเอง
ฉันลงมือทำเครื่องดื่มให้เธอ แล้วเดินไปเสิร์ฟให้เธอที่โต๊ะเช่นเคย
ก่อนจะกลับมานั่งที่มุมประจำตัว หลังเคาร์เตอร์บาร์
กลิ่นของชาวนิลาจางหายไปแล้ว และมันถูกแทนที่ด้วยกลิ่นของชาเขียวผสมนมที่ฉันทำให้เธอเมื่อครู่นี้เอง
มองออกไปจากมุมเคาร์เตอร์บาร์ที่ฉันนั่งอยู่ขณะนี้ เธอกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุคของเธอ
เช่นเดียวกันกับฉัน ที่กำลังกดแป้นพิมพ์ลงบนคอมพิวเตอร์ของตัวเอง
เราอยู่ห่างกันเพียงชั้นหนังสือกั้นกลาง และต่างก็อยู่ในโลกของตัวเอง
แต่การที่มีเธออยู่ไกลออกไปตรงหน้า มันทำให้ฉันรู้สึกว่า
อย่างน้อยวันนี้ ก็มีโลกอีกหนึ่งใบที่โคจรมาอยู่ใกล้ๆกัน
และนั่นก็ทำให้ฉันไม่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวมากเกินไปนัก ในวันที่อากาศดีดีอย่างเช่นวันนี้
บางที คราวหน้า ถ้ามีโอกาส ฉันว่าฉันควรจะเป็นฝ่ายชวนเธอออกไปสูบบุหรี่ด้วยกันบ้าง
ถ้าหากว่าเธอจะกลับมาอีกครั้ง..
#1 By sofa on 2010-11-01 09:13