Tobenai tsubasa
posted on 28 Jun 2008 01:11 by blastnest
All about Lilly Chou-chou คือหนังเรื่องแรกที่เราเดินทางไปดูไกลถึงสยาม
ตอนนั้นจำได้ว่าเช่าบ้านอยู่แถวลาดพร้าว ปกติเวลาไปดูหนังก็จะไปห้างแถวบ้าน
ไม่โรงของเมเจอร์ก็ของเอสเอฟ มีอยู่ช่วงนึง ว่างจัด ไปดูหนังในโรงเกือบทุกวัน
แล้ววันนึง ก็ไปเจอโปรแกรมฉายหนังในนิตยสารหนังPulp
โดยเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Shunji Iwai 's Love story
ตั้งแต่เริ่มเดินทางไปไหนมาไหนเองคนเดียว ก็จำได้ว่า ชอบที่จะไปดูหนังคนเดียว
พอเห็นภาพพระเอกของเรื่อง ฟังเพลงจากวอล์กแมนในทุ่งหญ้าสีเขียว
เลยตัดสินใจไปดู เพราะอยากรู้ว่า ในจอหนัง หญ้าจะเขียวได้มากกว่าในหนังสือรึเปล่า
เป็นครั้งแรกที่เดินทางเข้าเมืองเพียงลำพัง โดยการนั่งรถเมล์ไปต่อรถไฟฟ้า
เดินลงสถานี มองหาโรงหนังลิโด้อยู่พักนึง ถึงจะเจอ
หน้าโรงหนัง มีทีวีจอเล็ก เอาไว้ฉายตัวอย่างหนัง
ยืนดูฉากทุ่งหญ้าสีเขียวพร้อมเพลงประกอบที่ชื่อว่า Tobenai tsubasa
แค่เพลงเดียว ก็ทำให้ต้องรีบไปซื้อตั๋วโดยพลัน
ถึงเวลาฉาย เข้าไปในโรง มีคนญี่ปุ่นมาดูเยอะพอสมควร
แต่ที่ชอบสุด คงเป็นบรรยากาศของโรงหนังที่นี่
เพิ่งรู้ตัวในวันนั้นเอง ว่าเป็นคนไม่ชอบโรงหนังใหญ่ๆเอาซะเลย
เวลาดูหนังคนเดียว มันรู้สึกเคว้งคว้าง เหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว
ในห้องมืดติดแอร์ ขนาดใหญ่ ผิดกับที่ลิโด้เลย รู้สึกอบอุ่น
เบาะเก่าๆ แต่ก็นั่งสบาย พนักงานชุดสีเหลือง ผูกหูกระต่ายด้วย
ตั๋วหนังก็ยังเป็นกระดาษพิมพ์แบบธรรมดา
ที่สำคัญคือ ไม่พากย์ไทย แต่ บรรยายไทยกับอังกฤษพร้อมกัน
นานๆจะได้ดูหนังที่พูดญี่ปุ่นกันทั้งเรื่อง ตรงนี้แหละที่ชอบมาก
ทีนี้มาว่าถึงตัวหนังกันต่อ หนังเรื่อง All about lilly chou chou
ว่าด้วยเรื่องของ สังคมของเด็กมัธยมที่ญี่ปุ่นที่ออกจะมืดหม่นเอามากๆ
ตัวละครส่วนใหญ่ในหนัง ล้วนมีบาดแผลทางจิตใจและถูกกระทำอยู่ตลอดเวลา
ในหนังมีทั้งฉากข่มขืน ฆ่าตัวตาย ขายตัว กลั่นแกล้ง สารพัดความหม่น
ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และมีอยู่ทั่วไปในสังคมญี่ปุ่น
หนังเรื่องนี้ ทำเอาเราจิตตก หม่นหมอง เกือบจะฆ่าตัวตายซะให้ได้
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอินได้ขนาดนั้น อาจเป็นเพราะสมัยเรียนมัธยม
เราเคยพบเจอเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้มาก่อน เรื่องของการกลั่นแกล้ง
รังแกเพื่อนคนอื่นที่อ่อนแอกว่า ซึ่ง เราก็เจอทั้งกับตัวเองและกับคนอื่น
เรื่องที่มีการขายตัว ซึ่งมันก็มีจริงๆในโรงเรียนเรา ณ ขณะนั้น
การฆ่าตัวตาย เพราะหาทางออกให้กับชีวิตไม่เจอ
หนังเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะบอกเล่าเรื่องราวของสังคมของนักเรียนมัธยมญี่ปุ่น
แต่สำหรับเรา มันสะท้อนให้เห็นว่า ช่วงเวลาของวัยรุ่นสมัยมัธยม
ไม่ว่าจะประเทศญี่ปุ่นหรือไทยก็ตาม มันมีปัญหารุนแรงคล้ายๆกัน
เป็นช่วงระยะเวลาที่อันตราย เด็กคนนึงจะเติบโตมาเป็นคนดีหรือเลว
อาจขึ้นอยู่กับช่วงเวลาสำคัญในตอนนี้
จริงๆแล้วเนื้อหาของหนังเรื่องนี้มีเยอะ แล้วก็มีคนเขียนข้อมูลเกี่ยวกับหนัง
เอาไว้เยอะมากๆ โดยเฉพาะของ ต่อ merveillesxx ที่ Bloggang.com
ลิงค์อยู่ข้างๆหน้าบลอกเรา ใครสนใจลองเข้าไปอ่านได้
คุณต่อเธอเขียนไว้ยาวถึงสองพาร์ทเลยทีเดียว
นอกจากตัวหนังที่มันโคตรจะหม่นโดนใจเรา ยังมีเพลงประกอบอีกชุดใหญ่
ฟังแล้วเหมือนหล่นหายไปในหลุมดำยังไงยังงั้น
พอออกจากโรงมา เล่นเอาซึมไปหลายวัน
ไม่ได้ดูรอบเดียว แต่ดูสองรอบ ภายในวันเดียว
หลังจากนั้น ยังซื้อซีดีมาดูซ้ำอีกหลายรอบ
แต่น่าเสียดายที่ในแผ่นโดนตัดฉากนึงนานกว่าครึ่งชั่วโมง-*-
ถ้าใครไม่เคยดูในโรงมาก่อน อาจจะมึนได้ง่ายๆ
เพราะฉากที่โดนตัดไป ก็มีส่วนสำคัญกับการดำเนินเรื่องอยู่ไม่น้อย
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าจะตัดทำไม เป็นไปได้ว่าหนังมันยาวไป
เลยตัดฉากนั้นออกไปซะเลยดีกว่า เพราะมีคนบ่นว่า ฉากนั้นมันน่าเบื่อ
ยาวและยืดยาดจนน่ารำคาญ ซึ่ง เราเสียดาย เพราะเราค่อนข้างชอบฉากนั้น
(ฉากที่ว่าคือ ฉากที่เพื่อนๆไปเที่ยวทะเลด้วยกัน)
คนที่ไม่ชอบดูหนังหม่นๆ หดหู่ใจ ไม่แนะนำให้ดู
แต่ถ้าใครชอบแนวนี้ แล้วยังไม่ได้ดู แนะนำว่าควรหามาดู
เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังวัยรุ่นมืดหม่นจากไม่กี่เรื่อง
ที่ผู้กำกับคนนี้ทำออกมา ส่วนใหญ่เค้าจะทำหนังรักโรแมนติก
อย่างเรื่องLove letter ,Hana and Alice ,
เพลงประกอบก็หลอนดี ไปหาโหลด เอ้ย หาซื้อกันได้
มีเพลงคลาสสิคเปียโนของ เดอ บุซซี่ ด้วยล่ะ
แต่เพลงที่เอามาลงวันนี้เป็นเพลงที่ชื่อว่าTobenai tsubasa
เป็นเพลงแรกที่ได้ยินจากหนังเรื่องนี้น่ะ
ปล.ใครอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับหนังมากกว่านี้
แนะนำว่าเข้าไปอ่านที่บลอกคุณต่อ รับรองไม่ผิดหวัง
เพราะเขียนไว้โคตรละเอียดเลยจริงๆ
หนังเรื่องนี้ฉายมานานพอควรละ แต่ที่มาเขียนถึง
เพราะดูหนังเรื่อง darjeeling limited แล้วมันมีเพลงของเดอ บุซซี่ ด้วย
เพลงเดียวกันกับที่ประกอบเรื่องAll aboutนี่แหละ เลยคิดถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมา
แล้วก็ด้วยความอยากดูหนังที่ลิโด้เอามากๆ
เลยมาเขียนบิ๊วอารมณ์ตัวเอง เผื่อจะมีเวลาไปดูซะที
ตอนนี้ห่างหายจากโรงหนังแถวสยามไปนาน
แม้แต่โรงหนังแถวบ้านก็ไม่ได้เฉียดใกล้
อยากได้ความรู้สึกเหมือนวันแรกที่ได้ไปดู อีกครั้ง
อ่อ ตัวอย่างหนังเข้าไปหาดูในyou tube เอาเองนะ ขี้เกียจหาแล้ว ง่วงนอน
ขอบคุณข้อมูลจากบลอกต่อด้วยเน่อ สารภาพอะไรอย่างนึง
ถ้าต่อเข้ามาอ่านนะ คือ เรายังอ่านที่ต่อเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไม่ครบเลย
มันเยอะมาก และเราต้องใช้อารมณ์ในการอ่านค่อนข้างมาก
พูดง่ายๆว่า ถ้าไม่มีอารมณ์ก็อ่านไม่ได้ 555
แต่รู้สึกว่า สักวันต้องอ่านให้ครบทุกบรรทัด
ปล ปล..ในจอที่โรงหนังน่ะ ทุ่งหญ้าสีเขียวมันเขียวมากจริงๆนะ
เขียวกว่าที่เห็นในหนังสือ เขียวกว่าที่เห็นในแผ่นซีดีซะอีก : )
*สวัสดีวันหยุดนะทุกคน

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-28 08:38