ความทรงจำเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง...คนนั้น
posted on 17 Nov 2007 20:14 by blastnest
วันนี้ร้องไห้บนรถสองแถวล่ะ ไม่ได้มาก แค่น้ำตาไหล
เพราะได้เห็นภาพบางภาพ ที่มองแล้วรู้สึกตื้นตันใจจนกลั้นน้ำตาไม่ได้
ในขณะเดียวกัน ที่ทำให้เสียน้ำตา ก็อาจเป็นความเศร้าหรือความถวิลหา
ภาพที่เราเห็นคือ ภาพชายผู้เป็นพ่อ ตระกองกอดลูกไว้ไม่ห่าง
เด็กผู้ชาย ลูกคนเล็ก กำลังซน ในขณะที่รถวิ่ง เด็กไม่ยอมนั่งอยู่กับที่
แต่พยายามจะยืนและเดินไปมา ผู้เป็นพ่อต้องคอยจับแขนเอาไว้
ส่วนเด็กผู้หญิง ลูกคนโต นั่งอยู่ข้างๆผู้เป็นพ่อ สนทนาโต้ตอบกันระหว่างทาง
เวลาเราเห็นภาพพ่อลูกแบบนี้ อดไม่ได้ที่จะลอบมองอยู่บ่อยๆ
เพื่อดูว่า เค้ามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง ระหว่างพ่อกับลูก
เด็กผู้ชายเอาสองแขนเล็กๆ โอบคอพ่อเอาไว้ ส่วนผู้เป็นพ่อเอาสองแขนใหญ่ๆ
โอบเอวประคองลูกเอาไว้แนบตัว ระหว่างนั้นทั้งสองคนก็พูดคุยยิ้มหัวเราะกันตลอด
เมื่อถึงที่หมาย ผู้เป็นพ่อจับมือลูกชายไว้มือนึง อีกมือนึง จับราวรถเพื่อทรงตัว
เด็กผู้หญิงยืนขึ้น ยื่นมือไปจับตัวผู้เป็นพ่อ เมื่อรถหยุดนิ่ง ผู้เป็นพ่อเอามือข้างที่จับราว
มาจับมือลูกสาวแทน สองมือของพ่อจูงลูกเล็กทั้งสองคนลงจากรถ นั่นเป็นภาพสุดท้ายที่เราเห็น
เมื่อรถเคลื่อนตัวออกวิ่งต่อไป แล้วเราก็นึกถึงพ่อของเรา ผู้ชายคนนั้น คนที่อยู่ในความทรงจำ
เรารู้จักเพื่อนหลายคนที่เป็นเหมือนเรา คือใช้ชีวิตอยู่กับแม่โดยไม่มีพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว
บางคน ที่อยู่ๆผู้เป็นพ่อก็หายไปจากชีวิต ไปอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวตัวเอง
และไม่เคยกลับมาเยี่ยมเยียนหรือมาดูแลครอบครัวอีกเลย
บางคน พ่อฟ้องหย่าแม่ เพื่อไปแต่งงานใหม่ กับผู้หญิงที่สาวกว่าและคิดว่าดีกว่าแม่ของเพื่อนเรา
ทิ้งลูกสองคนให้ผู้เป็นแม่ เป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด โชคดีที่ยังส่งเสียค่าเลี้ยงดู ค่าเล่าเรียนบุตร
บางคน มีครอบครัวที่อบอุ่น พ่อรักแม่ และรักลูกๆทุกคน แต่ความตายก็พรากพ่อที่แสนดีของพวกเค้าไป
ส่วนเรา อาจจะต่างตรงที่ พ่อไม่ได้เป็นฝ่ายทิ้งเราไปก่อน แต่แม่เราเองที่เลือกหนีจากมา
และพ่อเราก็เลือกที่จะไม่ตาม และไม่ติดต่อมาอีกเลย ซึ่งเราก็คิดว่า มันไม่ต่างกับการถูกทิ้งเท่าไหร่นัก
ตัวจากไป แต่ที่ทิ้งไว้ คือ ความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ย่อมหลงเหลือร่องรอยแห่งอดีต
เราไม่สามารถลืมได้ว่า เราเองก็เคยมีพ่อ ถึงแม้จะรู้จักพ่อเพียงน้อยนิด แต่ก็รู้ว่า ใครคือพ่อ
เราเคยคุยกับเพื่อนหลายคน ถึงเรื่องความทรงจำเกี่ยวกับพ่อ
แบบไหนจะเจ็บปวดกว่ากัน ระหว่าง ช่วงเวลานึง เคยมีพ่ออยู่ร่วมในเหตุการณ์ชีวิต
พ่อพาไปโรงเรียน พาไปเที่ยว ไปเล่นด้วยกัน พูดคุยหัวเราะกัน ให้คำปรึกษา ให้คำชี้แนะ
แล้วอยู่ๆพ่อก็หายไป หายไปโดยไม่ทันตั้งตัวหรือเตรียมใจมาก่อน
กับระหว่าง การไม่เคยมีช่วงเวลาแบบนั้นกับพ่อเลย ไม่มีพ่อเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ชีวิต
ไม่มีพ่อพาไปโรงเรียน พาไปเที่ยว เล่นด้วยกัน ไม่มีการพูดคุยหัวเราะกัน ไม่เคยได้รับคำชี้แนะสั่งสอน
แต่รู้ว่า พ่อมีอยู่จริง และเป็นใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน
แบบไหนจะเจ็บปวดกว่ากัน?
เรากับเพื่อนคิดว่า ยิ่งมีความทรงจำระหว่างกันมาก
ก็ย่อมต้องมีความเจ็บปวดมากกว่าการที่มีความทรงจำเพียงน้อยนิด
แต่เรามาคิดดูอีกที หรือคนที่เจ็บปวดมากที่สุด คือคนที่ไม่เคยรู้เลย ว่าใครคือพ่อ
ไม่เคยแม้แต่เห็นหน้า ไม่เคยได้ยินเสียงชัดๆ ไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นจากอ้อมกอด
สิ่งเดียวที่มีคือ รับรู้ว่า เค้าไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ ไม่ได้มีนกกระสาคาบมากองไว้หน้าบ้าน
ถ้าหากนิทานพวกนั้นเป็นเรื่องจริงได้ก็คงดี คำว่าพ่อ จะได้ไม่มีความหมายคอยตอกย้ำถึงการมีอยู่
และไม่ว่าจะเจ็บมากหรือเจ็บน้อย ทุกคนที่ไม่มีพ่อก็เจ็บเหมือนกัน บางทีอาจเอาความรู้สึกนั้น
มาเทียบว่าน้อยกว่าหรือมากกว่าไม่ได้ด้วยซ้ำ
และถ้าคิดในแง่ดี คนที่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อมากๆ ก็เลือกที่จะจำแต่เรื่องดีๆที่เคยทำด้วยกันได้
เรื่องไม่ดีก็ไม่ต้องไปจำมัน แน่นอนว่า ทุกครั้งที่นึกถึง ก็คงมีความสุข แต่ขณะเดียวกัน ก็คงถวิลหา
วันเวลาเก่าๆที่ไม่อาจย้อนคืนกลับมา ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องทำใจยอมรับมันให้ได้
ส่วนคนที่ไม่เคยมีหรือแทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อ แบบเรา จะให้นึกถึงเรื่องดีๆเกี่ยวกับพ่อ ก็คงไม่มี
เพราะมันไม่มีมาแต่แรกแล้ว ได้แต่เฝ้าฝันถึง ได้แต่นึกคิด ว่าถ้าเรามีพ่อแบบนั้นแบบนี้ ก็คงจะดี
แต่ท้ายที่สุด ก็ต้องกลับมาสู่โลกแห่งความจริง ที่ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้
ถึงไม่มีพ่อเราก็อยู่ได้ ในเมื่อเรายังมีแม่ เรามีตัวเราเอง
ก็แค่เหงาเป็นบางครั้ง แค่นึกอยากคุยกับพ่อ กอดพ่อ เล่นกับพ่อ เป็นบางคราว
แค่อยากทำเหมือนที่ลูกคนอื่นๆเค้าทำกัน แค่อยากให้พ่อกอดเราเหมือนกับพ่อของคนอื่น
แต่ยังไงก็คงไม่มีทางเป็นจริง อะไรที่ผ่านมาแล้วก็คงต้องผ่านเลยไป ตามกาลเวลา
*ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อของเรา
ชื่อ และนามสกุล: นาย ชูเชน ทองศิริ
ถิ่นกำเนิด : อยุธยา
รูปร่างหน้าตา: คมเข้ม ผิวคล้ำ สูงร้อยแปดสิบกว่า ไว้หนวดเครา
ลักษณะท่าทาง : เจ้าชู้ เจ้าคารมคมคาย
อาชีพ : พระเอกลิเกเก่า นักแสดงรับเชิญ
...ใครเจอ ฝากบอกด้วย ว่าเราคิดถึง และอยากทำความรู้จัก...
( เขียนเพราะ คิดถึงคนที่เป็นพ่อ บางที ...เรื่องบางเรื่อง แม่ก็แทนพ่อไม่ได้ จริงๆ )
อ่านแล้ว นึกคำพูดไม่ออกเลย
และทำให้คิดได้ว่า กอดพ่อครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
#1 By นางสาวความสุข on 2007-11-17 21:33